ผู้เขียน หัวข้อ: &&จำหน่าย Mixer ไมโครโฟน Atprosound.com บอกเลยงานดีมาก  (อ่าน 5 ครั้ง)

Luckyz0nl3

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4241
    • ดูรายละเอียด
  - แนวทางการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่สำคัญมาก ในระบบเสียงที่ใช้ขับลำโพงให้มีเสียงดังออกมาก วันนี้เราก็เลยมาชี้แนะหลักการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปให้แก่ท่านรู้กัน เพาเวอร์แอมป์คลาส ABหมายถึงการผสมผสานหลักการทำงานของ คลาส A และ คลาส B เข้าด้วยกัน งั้นลำดับแรกพวกเรามารู้จัก เพาเวอร์แอมป์คลาส A และ B กันก่อน เครื่องเสียงกลางแจ้ง

     

เลือกชมผลิตภัณฑ์คลิ๊ก ไมโครโฟน https://www.atprosound.com/product-category/pa-system/

     - เพาเวอร์แอมป์ คลาส A -
เพาเวอร์แอมป์คลาส A เป็นวงจรขยายเสียงแบบเรียบง่ายโดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ขยายสัญญาณเพียงแค่ตัวเดียว โดยทรานซิสเตอร์จะถูกไบอัสกระแสอยู่เสมอเวลาถึงจะไม่มีสัญญาณเสียงเข้ามา ก็เลยส่งผลให้เกิดความร้อนต่อทรานซิสเตอร์สูง จึงทำให้มีประสิทธิภาพต่ำ หรือ ได้กำลังวัตต์น้อยนั้นเอง แต่ข้อดีของภาคขยายแบบคลาส Aหมายถึงให้ลาดละเอียดเสียงที่ดี ข้อผิดพลาดบ้าของเสียงต่ำมาก เพาเวอร์แอมป์คลาสนี้ตอนนี้หาได้ยากมากมาย โดยมากจะอยู่ในระบบเสียง Hi-End สะส่วนมาก เพาเวอร์แอมป์

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส B -
เพาเวอร์แอมป์คลาส B เป็นวงจรขยายเสียงที่อาศัยการทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดึง) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ วงจรจะทำงานต่อเมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาเพียงแค่นั้น วงจรขยายเสียงคลาส B มีคุณภาพสูงยิ่งกว่า คลาสA แต่ว่าข้อผิดพลาด คือ มีความผิดฟั่นเฟือนสูงเนื่องมาจากจุดต่อระหว่างสัญญาณส่วนบวกและลบ(crossover distortion ) เป็นจุดที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความสติไม่ดีสูง ตอนนี้พูดได้ว่าไม่มีเพาเวอร์คลาส B อยู่เลยก็ว่าได้ Mixer

   

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์คลาส AB อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส AB เป็นการประสมประสานข้อดีของแอป์ คลาส A รวมทั้ง B เอาไว้รวมกันเพื่อมีคุณภาพสูงกว่าคลาส A และ ความผิดสติไม่ดีต่ำกว่าคลาส B โดยวงจรขยายจะใช้การปฏิบัติงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดัน) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก รวมทั้ง ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ ราวคลาส B แต่ว่าจะกระทำการแก้ไข้เรื่องข้อผิดพลาดเพี้ยนจุดต่อระหว่างสัญญาณซีกบวกและก็ลบ(crossover distortion ) โดยการไบอัสกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ไว้ต่ำๆเพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดเพี้ยน จึงทำให้ได้คุณภาพเสียงใกล้เคียงกับคลาส A แต่ว่าความร้อนต่ำกว่าคลาส A และ เพาเวอร์แอมป์คลาส AB กล่าวได้ว่าเป็นที่นิยมชั่วกับชั่วกัลป์ของทุกแวดวงเสียง สามารถขับเสียงได้ทุกย่านเสียง แล้วก็ ที่สำคัญคลาส AB เป็นพื้นฐานของเพาเวอร์คลาสฯลฯ อาทิเช่น คลาส G , คลาส H , คลาส TD , คลาส HD แล้วก็ EEEngine เป็นต้น

     - ไมค์ DPA 4099 2 สี ต่างกันยังไง ?
หากเข้าไปที่หน้าเว็บ AT แล้วเสิร์ชหา DPA 4099 จะพบว่า มีไมค์ DPA 4099 อยู่ 2 สีเป็นเหลือง กับแดง แล้วถ้าจะต้องซื้อ จะซื้อสีไหน ?

     - DPA 4099 เป็นไมค์จ่อเครื่องดนตรี คุณภาพสูง
ออกมาทั้งผอง 2 รุ่น สำหรับการใช้งานเครื่องดนตรีต่างชนิดกัน

     

     - โดยเริ่มจาก DPA CORE 4099 for Lund SPL DC-1 หรือ สีแดง
เป็นไมค์สำหรับรับเครื่องดนตรีทุกชนิด เหมาะสำหรับดนตรีคลาสสิก อาทิเช่น ไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์โปร่ง, แซกโซโฟน, เชลโล่, คลาริเน็ต, ฟลูต เป็นต้น รับเสียงพีคได้ถึง 142 dB ซึ่งถือว่ามากพอสำหรับเครื่องดนตรีจำพวกคลาสสิก ดังที่ยกตัวอย่างไป ไมโครโฟน

     - ส่วน DPA CORE 4099 for Extreme SPL DC-2 หรือ สีเหลือง
เป็นไมค์สำหรับรับเสียงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ดังมากมายๆเป็นต้นว่า กลอง, ทรัมเป็ต, ทรอมโบน และก็เครื่องลมทองเหลืองอื่นๆรับเสียงพีคได้ถึง 152 dB ซึ่งจัดว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีประเภทร็อคแบนด์ ดังที่ยกตัวอย่างไป แล้วก็ยังเป็นรุ่นที่วงร็อคสุดยอดอย่าง Metallica เลือกใช้เพื่อสำหรับการจ่อกลองชุด สำหรับทัวร์การแสดงดนตรีด้วยครับผม

     - ราคา 29,760 บาท เท่ากันทั้งยัง 2 รุ่น
จะได้ ไมค์ 4099 1 ตัว และก็คลิปคีบตามจำพวกอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ต้องการ 1 ชิ้น

Tags : Mixer